เสาร์. ส.ค. 15th, 2020

ข่าวโมโตจีพีวันนี้

ข่าวโมโตจีพีวันนี้ MotoGP ข่าวมอเตอร์สปอร์ เปิดตัวรถใหม่ รีวิวรถ ผลการแข่งขันMotoGP

ตอบคำถามแฟนๆ ถามถึงจุดเริ่มต้นและเหตุการณ์ที่มากลายเป็นนักแข่ง

ตอบคำถามแฟนๆ

ตอบคำถามแฟนๆ บินจากสแกนดิเนเวียนมาใช้ชีวิตในประเทศไทย ในจังหวัดหนองคาย ตอบคำถามแฟนๆ

ตอบคำถามแฟนๆ ค้นพบหัวใจ เบนประสิทธิ์ฮัลเกรน เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 1993 ที่เมืองคริสเตียนซันด์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศนอร์เวย์ นอร์เวย์เป็นหนึ่งในประเทศแถบสแกนดิเนเวียนที่ประชากรส่วนใหญ่รักในกีฬาฟุตบอล เช่นเดียวกับที่เมืองคริสเตียนซันด์ พวกเขามีสโมสรประจำเมืองอย่าง “สตาร์ท” ที่ปัจจุบันอยู่ในทิปเปลิเก้น ลีกสูงสุดของประเทศ

นั่นทำให้เด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกันกับเบน เล่นฟุตบอลกันตั้งแต่เด็กด้วยเพราะเป็นกีฬามหาชน และเป็นสิ่งที่ชอบกันโดยทั่วไปของคนทั่วโลก แต่สำหรับ เบน เขาไม่ได้รู้สึกชื่นชอบการเล่นฟุตบอลเท่าใดนัก “ผมคิดว่าผมต้องเล่นฟุตบอลเพราะตามเพื่อนมากกว่า” หนุ่มนักซิ่งวัย 25 ปี เริ่มเล่า

“ผมเล่นเป็นผู้รักษาประตู และกองหน้า แต่เอาเข้าจริง ผมไม่ได้รู้สึกมีความสุขไปกับมัน มันเป็นแค่สิ่งที่ผมต้องหาอะไรทำสักอย่างในแต่ละวัน และเล่นเพื่อให้เข้ากับเพื่อนๆได้” “สังคมที่นอร์เวย์เหมือนแยกกันอยู่ ผมไม่รู้สึกเข้ากับพวกเขาได้เท่าไหร่ ผมไม่ค่อยรู้สึกว่านั่นคือที่ที่ผมควรอยู่ ซึ่งรวมถึงในสนามฟุตบอลด้วย”

ชีวิตช่วงเด็กของเบน ยังอยู่กับการไปโรงเรียน และเล่นฟุตบอล จนกระทั่งอายุ 7 ขวบ จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขาก็มาถึง “ผมมีเพื่อนบ้านคนหนึ่ง เขาขี่รถโมโต ครอสรุ่น เคทีเอ็ม มาหาผมที่บ้าน มันเป็นรถคันเล็กๆ ผมจำได้ว่าผมขอเขาขี่ และนั่นคือสัมผัสแรกของผมบนรถ” บุคคลที่เคยสู้

“จากนั้นผมก็ค้นพบว่าผมชอบการอยู่บนรถสองล้อ กับการขี่มันและให้มันทะยานพาไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว นอกจากนี้แล้ว ผมยัง ขี่จักรยานด้วย ซึ่งความรู้สึก มันไม่ต่างกันนัก” สิ่งที่เบนในวัย 7 ขวบทำเป็นอย่างแรก หลังจากที่เห็นรถ ของเพื่อน คือการขอคุณพ่อ คาร์ลล์ฮัลเกรน ให้ซื้อรถให้กับเขา

“ผมบอกคุณพ่อทุกวันว่าให้ซื้อรถแบบนั้นให้ผมหน่อย คุณพ่ออยากพิสูจน์ว่าผมชอบมันจริงไหม เลยพาผมไปที่สนามโมโตครอส และเช่ารถให้ผมขี่ ปรากฎว่าผมขี่มันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่มีความรู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อเลย”

“คุณพ่อคงลังเล เพราะรถ แต่ละคันมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ด้วยเห็นสายตาและความสุขของผมที่อยู่กับรถคันนั้น คุณพ่อจึงตัดสินใจ ซื้อรถ ให้กับผม เป็นคันแรกในชีวิต” และนั่นคือ จุดเริ่มต้นของ เบนประสิทธิ์ ฮัลเกรน บนเส้นทางสายวิบาก

ตอบคำถามแฟนๆ

ทดสอบหัวใจ เบนประสิทธิ์ ฮัลเกรน ใช้เวลาฝึกฝนตัวเอง อยู่ไม่นาน

จนกระทั่งในปี 2003 ด้วยวัย 10 ขวบ การแข่งขันครั้งแรกในชีวิตของเขาก็มาถึง มันเป็นการแข่งขันระดับท้องถิ่น ในเมืองคริสเตียนซันด์ “เรื่องเริ่มจาก มีผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่มีประสบการณ์ ในการแข่งมาดูแลผม เขาฝึกผมอย่างหนัก” ข่าวโมโตจีพีวันนี้

“ในวงการ คุณต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก ขี่ และ ขี่ ขี่มันเข้าไป และสุดท้ายคุณจะเก่งขึ้น สุดท้ายคุณพ่อก็เห็นว่าผมพร้อมแล้ว จึงส่งผมลงแข่งขัน” “ตอนนั้นผมไม่รู้สึกเครียดกับการแข่งขัน รู้สึกว่ามีความสุขกับมันมาก คือขอแค่ได้ขี่มันไปรอบๆแทร็กก็พอ สุดท้ายรายการแรกของผม ผมสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ”

“มันทำให้ผมรู้สึกเริ่มรักการแข่งขัน และตัดสินใจซ้อมหนักขึ้น เพื่อแข่งขันรายการต่อไป” จากรายการ ระดับท้องถิ่น เบน ก้าวขึ้นไปแข่งขันในรายการระดับชาติ ในปี 2005 ที่กรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์ และในครั้งนั้นเขาคว้าอันดับที่ 3 มาครอง

“มันไม่ง่ายอย่างที่ผมคิด ปัจจัยหลายอย่างที่เกิดขึ้นในสนามแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นสภาพถนน หรือคู่แข่งที่พร้อมจะเข้ามาปะทะเราตลอดเวลา” “หลังจากนั้นผมพยายามฝึกซ้อมหนักขึ้น และลงแข่งขันเพิ่มอีกหลายรายการ แต่สิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้”

หัวใจอีกดวง “ผมยังคงแข่งขันระดับชาติอยู่ในประเทศนอร์เวย์ในช่วงเวลานั้น แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่รถของคู่แข่งเข้ามาใกล้ผม และกระเด็นมาโดนขาผมเต็มๆ” “นั่นทำให้ขาของผมหักอย่างรุนแรง ช่วงนั้นผมรู้สึกเครียดมาก ไม่พอใจกับตัวเองที่ต้องมาเสียเวลารักษาอาการบาดเจ็บ ทั้งๆที่ผมอยากจะแข่ง อยากจะซ้อมต่อ”

“ความสิ้นหวังมันมี แต่พอมันดีขึ้น ผมรู้สึกอยากจะสู้ต่อไป เวลาผ่านไปจนผมอายุ 16 ปี ขาของผมแข็งแรงขึ้น ผมรู้สึกว่ามันดีขึ้นกว่าเดิม และพร้อมกลับมาสู้ต่อไป” ในช่วงเวลาเดียวกัน คุณพ่อ คาร์ลล์ ฮัลเกรน และ คุณแม่ นิตยา ฮัลเกรน ต้องการพาเขากลับไปยังประเทศไทย ดูบอลสด

ซึ่งโดยปกติ ครอบครัวของเบน จะกลับไทยทุกปีอยู่แล้วเพื่อพักผ่อน แต่ตัวเขาเองไม่อยากเดินทางมาที่บ้านเกิดมารดา เนื่องจากยังต้องการมุ่งมันลงแข่งขันโมโตครอสต่อไปที่นอร์เวย์ “คุณพ่อถามผมว่า แล้วถ้าลูกได้ไปแข่งโมโตครอสที่ประเทศไทย ลูกยังจะอยากไปประเทศไทยอยู่ไหม ผมตอบว่า แน่นอนครับ ผมอยากไป”

“คุณพ่อคุณแม่ของผม จึงเข้าไปเจรจากับหัวหน้าสมาคมกีฬา แห่งนอร์เวย์ เขามีภรรยา เป็นคนไทยเหมือนกัน เขาจึงมีลู่ทาง ส่งผมไปแข่งขัน ที่ประเทศไทย” เบนประสิทธิ์ ฮัลเกรน จึงเดินทางไปแข่งขันที่บ้านเกิดของคุณแม่เป็นครั้งแรก ที่จังหวัดกระบี่ ในระดับบีคลาส ซึ่งในช่วงเวลานั้น ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขา

“ผมไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อนจัด และฝนตกหนัก และถนนยากต่อการขี่ แต่สุดท้ายผมก็จบอันดับ 2 ในเวลารวม ผมพอใจกับผลงานของตัวเองในรายการนั้น” ลีลาการควบขี่ของเบน ถูกใจแฟนนักซิ่ง ชาวไทยที่เข้า ไปชมการแข่งขัน

ซึ่งรวมถึงตัวแทนจากทีม คาวาซากิ ศรีสกล ทีมเรซซิ่ง จากจังหวัดสกลนคร ที่มาทาบทามเขาให้ไปเล่นกับทีม “ตอนแรกผมปฏิเสธเขาไป ผมยังต้องเรียนต่อให้จบที่นอร์เวย์ และฝันของผมในตอนแรกคือการแข่งขันในทวีปยุโรป ผมตอบเขาไปว่า ผมแค่มาเล่นที่ไทยเพื่อหาอะไรทำเท่านั้น”